วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


เที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว 1 วันหยุด สู่ MySlow Day




ททท.จัดโครงการเที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว…My Slow Dayปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ชูจุดขายการท่องเที่ยวแนวใหม่สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรมแบบเจาะลึก เผยคอนเซปลดจังหวะการเดินทางให้ช้าลง เพียงแค่มอบเวลา“1 วันหยุด” สู่แนวความคิด “MySlow Day” เผยเชิญนิ้วกลม นักเขียนชื่อดังร่วมถ่ายทอดในเว็บไซต์www.slowtravelnorth.comแนะนำสถานที่ 10 เส้นทาง 10 เมืองMySlowDayพร้อมเชิญแป้งภัทรีดาประสานทองนักวาดภาพประกอบชื่อดังทำMy Slow day map10 เส้นทางพร้อมทำหนังสือคู่มือรูปแบบ e-bookรุกนักท่องเที่ยวกลุ่มรุ่นใหม่ หวังสร้างกระแสผ่านโลกออนไลน์

นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกล่าวว่า ททท.ได้จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคเหนือ “เที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว…My Slow Day” จัดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคเหนือ ภายใต้แนวคิด “Slow Travel” ซึ่งถือเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในปีที่แล้วถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างเทรนด์ใหม่ในการท่องเที่ยว

ทั้งนี้รูปแบบเป็นการนำเสนอสินค้าแนวใหม่ที่ตอบสนองนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่จะทำให้เราได้มองเห็นความงามของสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น ได้ความรู้ ได้ปัญญา ได้ความภูมิใจและได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรมากขึ้น ได้เห็นอะไรที่ แปลกออกไป จากสิ่งที่เราเคยเห็นหรือเคยรู้มาก่อน ส่วนมากนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel นั้นมักจะเดินทางกันกลุ่มเล็กๆ

ด้วยเหตุนี้ Slow travel โดยต้องการปรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ให้มาท่องเที่ยวแบบใส่ใจรายละเอียดมากขึ้น ถือเป็นการเปิดโอกาสในการท่องเที่ยวในแบบหัวใจใหม่ท่องเที่ยวแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อมนำไปสู่การท่องเที่ยวเมืองไทยที่มีความยั่งยืน

“การท่องเที่ยวแบบ slowถือเป็นการท่องเที่ยวของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่จะทำให้เราได้มองเห็นความงามของสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น ได้ความรู้ ได้ปัญญา ได้ความภูมิใจและได้ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรมากขึ้น ได้เห็นอะไรที่ แปลกออกไป จากสิ่งที่เราเคยเห็นหรือเคยรู้มาก่อนส่วนมากนักท่องเที่ยวที่ชอบการท่องเที่ยวแบบ Slow Travel นั้นมักจะเดินทางกันกลุ่มเล็กๆ”

ทั้งนี้คอนเซปของโครงการนี้แตกต่างจากปีที่แล้วโดยได้ปรับให้การเดินทางแบบSlow Travel ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อม เพียงแค่ลดจังหวะการเดินทางให้ช้าลง เพียงแค่มอบเวลา “1 วันหยุด” ให้เป็นวันที่ชีวิตได้ออกเดินทางช้าๆกับสิ่งที่สนใจ นำมาสู่แนวความคิด “My Slow Day เที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว...วันละก้าว”

โดยกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นที่กลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่วัยทำงานรักการท่องเที่ยวที่ใช้สื่ออินเตอร์เนทเป็นประจำกระตุ้นให้เกิดเป็น community ของคนที่ชอบหรือสนใจในการเที่ยวแบบ slow travel โดยคาดว่าจะได้รับจะมุ่งเน้นในการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปยังภาคเหนือในช่วง low season มากขึ้นทั้งเป็นการกระจายการท่องเที่ยวออกไปยังจังหวัดรองมากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายตัวด้านการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี จากสถิติพบว่าจำนวนกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยพบว่ามีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด ปี 2552: ตัวเลขของ NECTEC อยู่ที่ 18.3 ล้านคน และปี 2553 ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวน 24 ล้านคน ขณะที่ปี 2554คาดว่ายอดผู้ใช้จะเพิ่มขึ้นอีกมาก จากปัจจัยราคาของบรอดแบนด์และสมาร์ทโฟนที่มีราคาถูกลง (ที่มา - ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ NECTEC)

ซึ่งในปีนี้กลยุทธ์ทางการสื่อสารจะมุ่งเน้นในการสร้างความเข้าใจในแนวความคิดการเที่ยว Slow Travel เที่ยวเมืองเหนือทีละก้าว... วันละก้าวผ่านสื่อ Website / Social Network &Online มีการสร้างเว็ปไซต์www.slowtravelnorth.com ให้เป็นแหล่งข้อมูล การให้ความรู้ ความเข้าใจทั้ง แนวคิด และ วิธีการ ในการท่องเที่ยวแบบ Slowโดยเชิญ คุณนิ้วกลม สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนชื่อดังผู้ที่มี “หัวใจรัก” และ “เข้าใจ” ในการท่องเที่ยวแบบทีละก้าว เพื่อเป็น “เพื่อนเดินทาง” ในการให้ความรู้ ความเข้าใจ แนะวิธีการท่องเที่ยวแบบ My Slow day เที่ยวทีละก้าว…วันละก้าว ให้เป็นเรื่องง่าย และปฏิบัติตามได้ไม่ยาก ตั้งแต่เริ่มเตรียมตัวเดินทางแบบทีละก้าว, วิธีการท่องเที่ยวแบบทีละก้าวและแชร์ประสบการณ์ที่น่าสนใจ

พร้อมทั้งจะแนะนำสถานที่ 10 เส้นทาง10 เมือง My Slow Day ใน สไตล์ นิ้วกลมอาทิ ช้าช้าดีกว่าโฉบเฉี่ยว, เห็นมากกว่าแค่มอง, ได้ดมดีกว่าแค่ได้ดู,ชิมช้าๆ ดีกว่าฟาสต์ฟู้ด, ลงมือมากกว่าแค่ลงจอด, คุยมากกว่าลุยเป็นต้น

ทั้งนี้สาเหตุที่เลือกนิ้วกลมนั้นเนื่องจากเป็นนักเขียนที่ชอบการท่องเที่ยวแบบ Slow ชอบเดินทางท่องเที่ยวลักษณะนี้ โดยงานเขียนของเขาจะเป็นการเก็บเกี่ยวมาจากการท่องเที่ยวแบบ Slow และอยากชวนนักท่องเที่ยวและมีกลุ่มแฟนคลับมาเป็นคนชอบเที่ยวมาทดลองเที่ยวลักษณะในรูปแบบเดียวกัน

นอกจากนี้ยังสร้างเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยแนะแนวทางในการท่องเที่ยวแบบเนิบช้าเพื่อเตรียมพร้อมก่อนออกเดินทาง ด้วย “My Slow day map” โดยคุณแป้ง ภัทรีดา ประสานทองนักวาดภาพประกอบชื่อดัง จัดทำ E-map 10 เส้นทาง โดยนำเสนอตาม “วิธีการท่องเที่ยวแบบ Slow” โดยสามารถ Download ในเว็ปไซต์ได้ฟรี

พร้อมทั้งจัดทำคู่มือหนังสือในรูปแบบ e-book “เที่ยวทีละก้าว slow travel กับ 10 กูรู” นำเรื่องราวในการเดินทางต่างๆของ slow travel 1 มานำเสนอ พร้อมให้ download ได้ฟรีส่วนหน้า Page จะรวมเรื่องราวการเดินทางในแบบ slow โดย Blogger และผู้ที่มีใจรักการท่องเที่ยวแบบ Slow ได้มาถ่ายทอดเรื่องราว แบ่งปันประสบการณ์การเที่ยวทีละก้าว

รวมทั้งยังได้มีการวางแผนงานและดำเนินกิจกรรมออนไลน์ผ่าน Facebook อย่างน้อย 4 กิจกรรม โดยให้ Facebook เป็น Online Community ของคนที่ชอบหรือสนใจการท่องเที่ยวเป็น Slow Travel ในภาคเหนือรวมถึงการประสานจัดหาของที่ระลึก/ของรางวัล สำหรับการดำเนินกิจกรรมของโครงการ
 
นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำกิจกรรมทางการตลาดด้วยการจัดทำ Sales Promotion Campaign นำเสนอสิทธิพิเศษของที่พัก ร้านอาหาร หรือบริการทางการท่องเที่ยวในพื้นที่ อย่างน้อย 20 สิทธิพิเศษ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่การเดินทางในรูปแบบ Slow Travel เช่น สิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักนานขึ้น หรือแพ็คเกจ Workshop ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาได้นานขึ้นอีกด้วย




ที่มา   http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9540000120368
ไทย คว้ารางวัล  ประเทศท่องเที่ยวยอดเยี่ยม 9 ปีติด







ประเทศไทยได้รับรางวัลประเทศท่องเที่ยวยอดเยี่ยม (The Best Tourist Country) ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 จากงานประกาศผลและมอบรางวัลการท่องเที่ยว ประเทศนอร์เวย์ ปี 2555 (Norway Grand Travel Award 2012) โดยนิตยสาร Travel News


นางนลินี ปาณานนท์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสตอกโฮล์ม เปิดเผยว่า นิตยสาร Travel News ซึ่งเป็นนิตยสารธุรกิจท่องเที่ยวชื่อดังในสแกนดิเนเวีย ได้จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลการท่องเที่ยว ประเทศนอร์เวย์ ประจำปี 2555 ที่ โรงแรม Radisson Blu Scandinavia กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ โดยประเทศไทยยังสามารถครองแชมป์ประเทศท่องเที่ยวยอดเยี่ยม (The Best Tourist Country) ติดต่อกันเป็นปีที่ 9 นอกจากนี้ การบินไทย ยังได้รับรางวัลสายการบินนานาชาติยอดเยี่ยม (The Best IntercontinentalAirline Operate from Norway) ติดต่อกันเป็นปีที่ 8 ด้วยเช่นกัน

โดย ผอ.ททท. เผยว่า ประเทศนอร์เวย์ นับว่าเป็นประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย ในอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรซึ่งมีเพียงราว 4.2 ล้านคน และยังเป็นตลาดการท่องเที่ยว ที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากมีวันพักนานเฉลี่ยประมาณ 15 วันต่อคน

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ ยังเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีความรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่และวัฒนธรรมอันดีงามในแต่ละท้องถิ่น และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวที่จะสืบทอดการเดินทางมายังประเทศไทยจากรุ่นปัจจุบันไปสู่รุ่นลูกหลานในอนาคต หากเราสามารถช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์ให้ดีได้ต่อไป นอร์เวย์จะเป็นตลาดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและคุ้มค่าต่อการลงทุน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย
(เครดิต: ไอเอ็นเอ็น)
การส่งเสริมโฮมสเตย์       


ประวัติความเป็นมาของการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์
 
จากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 ที่เน้นบทบาทการพัฒนาชุมชน และการที่รัฐบาลออกกฎหมายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้องค์กรท้องถิ่นและหน่วยงานต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ การสร้างรายได้ ให้กับชุมชนโดยใช้ การท่องเที่ยวเป็นจุดขาย จึงทำให้เกิดกิจกรรม การท่องเที่ยว หลายรูปแบบในชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมโฮมสเตย์ก็เป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจมาก ทั้งจากองค์กรท้องถิ่น องค์กรเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ
จากการสืบค้นและติดตามความเป็นมา พบว่าการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์ในประเทศไทยเกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แต่รูปแบบและกิจกรรมอาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไป โดยสามารถแบ่งตามยุคสมัยได้ดังนี้

ยุคเริ่มต้น ( ปี 2503-2525 )
  • การท่องเที่ยวรูปแบบโฮมสเตย์กระจายอยู่ในกลุ่มนิสิต นักศึกษา กลุ่มออกค่ายอาสาพัฒนาชนบท ต้องเรียนรู้วิถีชีวิต รับทราบปัญหาในชนบท เพื่อนำมาพัฒนาสังคมตามอุดมคติ
  • การท่องเที่ยวรูปแบบโฮมสเตย์กระจายไปในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่า โดยเฉพาะในแถบภาคเหนือ ของประเทศไทย นักท่องเที่ยว จะพักตามบ้านชาวเขา โดยจุดพักนั้นจะขึ้นอยู่กับเส้นทางการเดินป่า
ยุคกลาง ( ปี 2526 - 2536)
  • กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่นิยมทัวร์ป่า เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น การพักค้างในรูปแบบของโฮมสเตย์ ได้รับการพัฒนารูปแบบและกิจกรรม โดยกระจายไปยังหมู่บ้านชาวเขา ที่กว้างขวางมากขึ้น อย่างไรก็ตามในระยะนี้การท่องเที่ยวในรูปแบบทัวร์ป่าที่มีการจัดการในรูปแบบโฮมสเตย์เริ่มสร้างปัญหาต่างๆขึ้นในสังคม อาทิ ปัญหายาเสพติด ปัญหาโสเภณี ปัญหาการฆ่าชิงทรัพย์
ยุคตั้งแต่ปี 2537 - ปัจจุบัน
  • ยุคนี้เป็นการเน้นกระแส การพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจะพบได้ว่า การท่องเที่ยว จะมีแนวโน้มที่ จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
  • ในระยะประมาณปี 2537-2539 ในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทย เริ่มมีการท่องเที่ยวในรูปแบบ โฮมสเตย์ โดยกลุ่มนำร่องคือ กลุ่มที่เป็นนักกิจกรรมสังคมทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เท่าที่สืบค้นพบว่าพื้นที่ที่ดำเนินการเรื่องโฮมสเตย์ก็จะเป็นพื้นที่ที่องค์กรพัฒนาเอกชนไทย เข้าไปดำเนินการ เช่น เกาะยาว จ.พังงา ( กลุ่มประมงชายฝั่ง/อวนลาก อวนรุน) หลังจากพื้นที่เกาะยาว จ.พังงา ได้มีพื้นที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ หมู่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช บ้านแม่ทา จ.เชียงใหม่ (เกษตรทางเลือก)บ้านผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม (เกษตรยั่งยืน)
  • ปี 2539 เป็นต้นมา ได้มีการเคลื่อนไหวขึ้นในกลุ่มนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยว โดยนำเสนอรูปแบบ การท่องเที่ยวผสมผสานระหว่าง Adventure Ecotourism และโฮมสเตย์
  • จากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี 2541-2542 เป็นปีท่องเที่ยวไทย (Amazing Thailand) ทุกหน่วยงานของภาครัฐมีนโยบาย สนับสนุนกิจกรรมทางการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการจัดการท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน และขยายกิจกรรมโฮมสเตย์เพิ่มมากขึ้น เช่น หมู่บ้านวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโคกโก่ง อ.กุสินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์  บ้านทรงไทยที่ตำบลปลายโพงพาง อ.อัมพวา  จ.สมุทรสงคราม รวมทั้งพื้นที่ชนกลุ่มน้อย หมู่บ้านชาวเขาหลายพื้นที่ก็มีการสนับสนุนการจัดกิจกรรมโฮมสเตย์ด้วยเช่นกัน
ในปัจจุบันการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ (Ecotourism) กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มชาวไทยและ ชาวต่างประเทศ มีการจัดกิจกรรม การท่องเที่ยวในแหล่งชุมชน เพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต วัฒนธรรม หัตถกรรมของท้องถิ่น โดยมีโฮมสเตย์ที่มีความหมายมากกว่าการเป็นที่พัก เนื่องจากเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างหนึ่ง ซึ่งยึดเอารูปแบบ ที่พักเป็นศูนย์กลางและจัดให้มีกิจกรรมในด้านต่างๆ ตามความต้องการของ นักท่องเที่ยว อย่างหนึ่ง ซึ่งยึดเอารูปแบบที่พักเป็นศูนย์กลาง และจัดให้มีกิจกรรมในด้านต่างๆ ตามความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมอยู่ด้วย
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว คืออะไร ? สำคัญอย่างไร ?

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
อุตสาหกรรม หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์

การท่องเที่ยวคืออะไร
การท่องเที่ยวเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งกระทำเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากกิจการงานประจำ โดยปกติการท่องเที่ยวจะหมายถึงการเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งโดยไม่คำนึงว่าระยะทางนั้นจะใกล้หรือไกลและการเดินทางนั้นจะมีการค้างแรมหรือไม่
ในการประชุมว่าด้วยการเดินทางและท่องเที่ยว ณ กรุงโรม องค์การสหประชาชาติได้ให้นิยามของการท่องเที่ยวไว้ว่า หมายถึงกิจกรรมที่มีเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 ประการ คือ
1. ต้องมีการเดินทาง
2. ต้องมีสถานที่ปลายทางที่ประสงค์จะไปเยี่ยมเยือน
3. ต้องมีจุดมุ่งหมายของการเดินทาง โดยเพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ต้องมิใช่เพื่อการประกอบอาชีพและไปอยู่ประจำ


ความสำคัญของการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมบริการที่มีบทบาทสูงยิ่งในการนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้อันดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับสินค้าส่งออกอื่น ๆ การท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม ดังต่อไปนี้


ความสำคัญของการท่องเที่ยวต่อเศรษฐกิจของประเทศ
- เป็นแหล่งที่มาของรายได้ในรูปเงินตราต่างประเทศ
- ช่วยลดปัญหาการขาดดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ
- ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน
- ก่อให้เกิดการกระจายรายได้
- ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของท้องถิ่น
- ก่อให้เกิดการกระตุ้นการผลิต

ความสำคัญของการท่องเที่ยวต่อสังคมของประเทศ
- ช่วยยกมาตรฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น
- ช่วยสร้างความเจริญทางสังคมให้แก่ท้องถิ่น
- ช่วยอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม
- ช่วยลดปัญหาการอพยพย้ายถิ่นของชุมชนท้องถิ่น
- ช่วยกระตุ้นให้มีการคิดค้นนำทรัพยากรส่วนเกินที่ไร้ค่ามาประดิษฐ์เป็นสินค้าที่ระลึกจำหน่าย




การท่องเที่ยว


การท่องเที่ยว หมายถึงการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือเพื่อความสนุกสนานตื่นเต้นหรือเพื่อหาความรู้ องค์กรการท่องเที่ยวของสหประชาชาติ (อังกฤษWorld Tourism Organization) กำหนดไว้ว่า การท่องเที่ยวหมายถึงการเดินทาง โดยระยะทางมากกว่า 80 กิโลเมตรจากบ้าน เพื่อจุดประสงค์ในการพักผ่อนหย่อนใจ[ต้องการอ้างอิง]
การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักชนิดหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งนำรายได้จากประชาชนชาวไทย และชาวต่างชาติเข้าสู่ประเทศไทย
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (SIPA) เล็งเห็นถึงความสำคัญที่จะนำเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ (ICT) มาพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น จึงได้ผลักดันโครงการนำร่องด้วยการสร้างพื้นฐานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต กระตุ้นให้กลุ่มท่องเที่ยวร่วมกันบริการนักท่องเที่ยวผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับเป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ระดับสูงภายใต้ชื่อ "Tourism c-Commerce" (อังกฤษTourism Collabolative Commerce) หรือการพาณิชย์เชิงร่วมมือบนธุรกิจท่องเที่ยวขยายโอกาสทางการค้าที่ข่วยเพิ่มรายได้สู่หน่วยธุรกิจ

ทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี

Cosmetic Beauty & Anti Aging นิตยสารศัลยกรรมความงามอันดับ 1 ขอนำท่านสัมผัสประสบการณ์ปรับโฉม ทัวร์ศัลยกรรมเกาหลี Make Over ณ เมืองหลวงศัลยกรรมความงามแห่งเอเชีย ด้วยทีมศัลยแพทย์ ณ โรงพยาบาลเสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดของกรุงโซล พบ Image Maker ผู้เชี่ยวชาญ ชื่อดัง ที่ปรึกษาด้านความงามของดารา นักร้อง เกาหลี เดินทางสะดวกสบาย อย่างเป็นส่วนตัว กับที่ปรึกษาจากนิตยสาร Cosmetic ดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดทริป  Read more

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism)
เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้นำกลับไปประยุกต์ใช้หรือประกอบอาชีพได้ เหนืออื่นใดนี่คือการได้หวนกลับไปค้นหา เรียนรู้ เข้าใจ ภาคภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรม สวนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่าง ๆ สถานที่ราชการ ตลอดจน
สถาบันการศึกษาที่มีงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร ที่ทันสมัยฯลฯ เพื่อชื่นชมความสวยงาม
ความสำเร็จและเพลิดเพลินในกิจกรรม ทางการเกษตรในลักษณะต่าง ๆ
ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกต่อการรักษา สภาพแวดล้อมของสถานที่นั้น

การคิดค้นนำเอาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในประเทศ จัดกิจกรรม จัดรูปแบบทางการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจและอยากเดินทางไปเที่ยว เพื่อขยายเส้นทางการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นผู้ประกอบการนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ได้แยกประเภททรัพยากรจัดกิจกรรม 9 กิจกรรมและได้นำมาเผยแพร่เป็น Amazing Thailand ประสบความสำเร็จเมื่อสองปีก่อนนั้น ความสำเร็จนี้ ททท. ยังถือแนวเดิมจัดกิจกรรมแต่เพิ่มคุณค่าและคุณภาพ (Value Added) ในแต่ละกิจกรรม เสริมเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวให้เป็นกิจกรรมที่ยั่งยืน

สรุปง่ายว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั่นเป็นการส่งเสริมการหารายได้เข้าประเทศมีการส่งเสริมโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)โดยรวมเอาการท่องเที่ยว(รายได้อันดับ1) และการเกษตร (รายได้อันดับ2) เข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือนักท่องเที่ยวได้ทั่งเที่ยวและชมผลผลิตทางเกษตร ตลอดจนถึงการเรียนวัฒนธรรมของชาวบ้านในพื้นนั่น และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนในเมืองที่จะได้มาเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน

กิจกรรมหนึ่งใน Amazing Thailand ก็คือการเกษตรไทย หรือ Amazing Agricultural Heritage ซึ่งแบ่งเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ได้แก่

1. การทำนา (Rice Cultivation) การทำนาปี การทำนาปรัง การทำนาหว่านน้ำตม การทำนาขั้นบันได พิพิธภัณฑ์ข้าว ความรู้เรื่องข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ ประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว วัฒนธรรมการกินข้าวไทย เป็นต้น

ททท.เปิดแผนเที่ยวไทยปี′54 ชูแคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน”


นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กล่าวว่า การดำเนินงานในปี 2554 ยังเป็นการมองไปข้างหน้า โดยส่วนของตลาดในประเทศ จะใช้แคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” เพื่อมุ่งเน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แบบรักษาคุณค่า ความมั่งคั่งของทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการสร้างทัศนคติด้านใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทย และยังจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกดี ที่เห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว สำหรับตลาดต่างประเทศ จะยังใช้สโลแกน อะเมซิ่งไทยแลนด์ เน้นความเข้มแข็งของแบรนด์ประเทศไทย ให้เกิดการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ให้รู้ว่าแบรนด์ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีความเสียหายในระยะยาว เป็นเพียงความเสียหายในระยะสั้นเท่านั้น ความสามารถของไทยยังมีอยู่ ซึ่งนี่จะเป็นรูปแบบที่จะใช้ในการสื่อสารกับต่างชาติ
ได้ เวลา…สัมผัสธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าไปกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ด้วยการร่วมมือกันปลุกจิตสำนึกเพื่อนร่วมทาง กระตุ้นวิถีชุมชน สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ปกป้อง ดูแล รักษา ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดำรงโลกสีเขียวให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
โปรแกรม แนะนำตะลุยชื่นชมความงดงามสถานที่ท่องเที่ยวตัวอย่าง “7 GREENS : ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สนุกและมีความสุขในรูปแบบ “เที่ยวหัวใจใหม่…เมืองไทยยั่งยืน” คืนธรรมชาติสู่ผืนโลก คืนความมั่งคั่งสู่ชุมชน แต่ละภาครอต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นมิตรไมตรี
ล้อ หมุนจุดแรก “ภาคกลาง” ท่องเที่ยวรอบปริมณฑล คลังความสุขตลอดการพักผ่อนอยู่ใกล้แค่เอื้อม “สมุทรสงคราม” ในพื้นที่เป้าหมาย “วิสาหกิจชุมชนชมรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์คลองโคลน” สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเห็นความสำคัญของป่าชายเลนจึงเสด็จมาปลูกด้วยพระองค์เอง พลิกฟื้นผืนป่าที่ถูกนากุ้งทำลายกลับมาสมบูรณ์ดังเดิมอีกครั้ง นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมแบบวิถีชาวประมงป่าชายเลน ถีบกระดานเลนเก็บหอย รับประทานมื้อกลางวันบนกระเตงเฝ้าหอย
แล้ว เคลื่อนไปที่ “เพชรบุรี” สถานที่เรียนรู้ธรรมชาติอันสมบูรณ์ต้องแวะ “โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ” เพื่อชมวิธีกำจัดขยะแบบประหยัด การบำบัดน้ำเสียด้วยธรรมชาติ 4 ระบบ เพลิดเพลินกับการดูนกหายาก ห่างออกไปทางปากอ่าว 3 ก.ม.เพื่อชม “อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร” บริเวณปากอ่าว ศูนย์กลางการเผยแพร่และฝึกอบรมด้านอนุรักษ์พลังงาน ทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม
หาก เปลี่ยนเข็มไมล์ไปทาง “ภาคตะวันออก” ที่มาแรงด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต้องที่ “ตำบลห้วยแร้ง” จะได้สัมผัสชีวิตชุมชนริมคลองที่อยู่กันแบบพอเพียง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาเป็นภาชนะใส่อาหาร ทำสบู่เปลือกมังคุดใช้กันเอง และมีแหล่งพักสายตาน้ำตกลำน้ำห้วยแร้ง 18 แก่ง ต่อด้วย “ชุมชนบ้านสลักคอก เกาะช้าง” ชุมทางประมงพื้นบ้านแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ตื่นเต้นกับการพายเรือคยักชมระบบนิเวศป่าผืนใหญ่สุดของเกาะ ล่องเรือรับประทานอาหารเย็น ก่อนหลับฝันดียามค่ำคืน
หรือจะมุ่งหน้า สู่ “ภาคเหนือ” พื้นที่สลับซ้อนแห่งภูเขาเขียวขจี มีสถานที่ธรรมชาติสดใหม่ ณ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ดินแดนแห่งพืชพื้นถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์อย่างต้นชมพูภูคา หรือจะแวะ “อุทยานแห่งชาติแม่จริม” ล่องแก่งหลวงลำน้ำว้า ความท้าทายระดับ 3-5 สลับกันไปตลอดกว่า 22 แก่ง จากนั้นก็จองพักโฮมสเตย์ “บ้านหาดผาขน” ชุมชนเกษตรเมืองน่านที่มีความผูกพันกับสายน้ำ เมนูอาหารจานหลักคือปลา…รับประกันความสุขเมื่อมาเยือนเมืองน่าน
จัด โปรแกรมสัปดาห์ต่อไป มุ่งหน้าเยือน “ภาคอีสาน” นั่งหรือขับรถเลาะเมืองย่าโม “นครราชสีมา” ไปชม “ไร่องุ่นกรานมอนเต้” ต้นแบบการนำเทคโนโลยีพยากรณ์สภาพอากาศ ลดการใช้สารเคมี แหล่งปลูกองุ่นทำไวน์และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากชนิด บึ่งรถต่อไป “อำเภอวังน้ำเขียว” เยี่ยมชม “สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สถานที่ 1 ใน 408 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งชีวมณฑลของโลกที่
ยูเนสโกจัดให้มีกิจกรรม ท่องไพรชมป่าดิบแล้ง เต็งรัง พืชสมุนไพร เมื่อรู้สึกล้าให้แวะที่ “กลุ่มแม่บ้านโนนค่าง” มีบริการนวดเท้า ทดลองทำขนมพื้นบ้าน ชิมเมี่ยงคำ หมากเม่า น้ำผลไม้ตามฤดูกาล
สำหรับ “ภาคใต้” จังหวัดที่มีครบทุกอย่างอีกแห่งคือ “นครศรีธรรมราช” กิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ แวะสักการะพระบรมสารีริกธาตุต้องที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึก แวะ “พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง บ้านหนังสุชาติ ทรัพย์สิน” ชมต้นแบบการจัดการชุมชนกลางธรรมชาติเขียวครึ้มควรไป “หมู่บ้านคีรีวง” ผู้ที่ชื่นชอบไอทะเลหมอกยามเช้าควรขึ้นยอดเขาเหล็ก “บ้านกุงชิง” ในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีหนานฝนแสนห่าให้ชม

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  โครงการ "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" หวังกระตุ้นให้คนไทยทั้งประเทศหันมาเที่ยวไทยด้วยกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาพคล่องทางเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ
หากยังก่อให้เกิดคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ และยัง สร้างความภาคภูมิใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนที่ได้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
จะทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในประเทศ และช่วยให้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้ขับเคลื่อน ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและบรรยากาศของประเทศโดยรวม 
การแสดงมินิคอนเสิร์ตเพลง"เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" โดยศิลปิน "โปงลางสะออน" ททท.เปิดแคมเปญใหม่ปลุกกระแส “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” มุ่งสร้างคุณค่าการท่องเที่ยวในมิติใหม่ หวังกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศให้โต 5% ตามเป้า จุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. เปิดตัวโครงการ “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” มุ่งสร้างคุณค่ามิติใหม่ของการท่องเที่ยวให้คนไทยเกิดความภูมิใจที่ได้ช่วย เศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเร่งกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศให้โต 5% ตามเป้า พร้อมทั้ง เปิดตัวเพลง "เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก" ที่มีจังหวะสนุกสนานโดยศิลปินชื่อดัง "โปงลางสะ ออน" รองผู้ว่าการ ททท. ยังได้กล่าวอีกว่า “เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่ได้ประกาศให้ปี             2551-2552       เป็นปีท่องเที่ยวไทย และกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวในประเทศ ถือเป็นมาตรการหนึ่งในการช่วยลดผลกระทบจากสภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ททท.ได้จัดทำแคมเปญใหม่ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” ที่มุ่งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น” พิพิธภัณฑ์อุทยานมังกรสวรรค์ จ.สุพรรณบุรี สำหรับโครงการเที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก ททท. มุ่งเน้นไปที่การสร้างมิติใหม่แห่งคุณค่าของ การเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ โดยทำให้ประชาชนตระหนักถึงประโยชน์ของการท่องเที่ยวที่ไม่เพียงแต่ให้ความ สุข สนุกสนาน และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ๆ เท่านั้น หากยังก่อให้เกิดคุณค่าต่อระบบเศรษฐกิจ และยังสร้างความภาคภูมิใจสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยทุกคนที่ได้มีส่วนช่วยใน การกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในประเทศ และช่วยให้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวให้ขับเคลื่อน ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและบรรยากาศของประเทศโดยรวม 

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

Health Tourism
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) หมายถึง การเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามใน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาจากการท่องเที่ยว เพื่อทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและ / หรือการบำบัดรักษาฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การรับคำปรึกษาแนะนำด้านสุขภาพ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธี การนวด/ อบ/ ประคบสมุนไพร การฝึกปฏิบัติสมาธิ ตลอดจน การตรวจร่างกาย การรักษาพยาบาล และอื่นๆ โดยเป็นการท่องเที่ยว ที่มีจิตสำนึกต่อการส่งเสริมและรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยทั่วไป การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) จึงมีการจัดรายการท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อเรียนรู้วิธีใช้พลังงาน จากธรรมชาติมาบำบัดรักษาและสร้างเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต ให้สดชื่นผ่องใส เป็นการเพิ่มพูนพละกำลังให้สมบูรณ์แข็งแรง ปรับสภาพจิตใจและร่างกายให้สมดุล
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) อาจแบ่งออกได้ตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของโปรแกรมกิจกรรมการท่องเที่ยว และความต้องการของนักท่องเที่ยวเป็น 2 ประเภทหลักดังนี้
1. การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ (Health Promotion Tourism) เป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาจากการท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในที่พักแรมหรือนอกที่พักแรมอย่างถูกวิธี ตามหลักวิชาการและมีคุณภาพมาตรฐานอย่างแท้จริง เช่น การนวด / อบ / ประคบสมุนไพร การบริการสุวคนธบำบัด ( Aroma Therapy ) และวารีบำบัด ( Water Therapy )
การอาบน้ำแร่หรือน้ำพุร้อน การฝึกกายบริหารท่าฤาษีดัดตน การฝึกปฏิบัติสมาธิแนวพุทธศาสน์ การบริการอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และอื่นๆ โดยทั่วไป จึงมักนิยมการเดินทางไปท่องเที่ยวในชนบทต่างจังหวัดที่มี แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยสดงดงาม โดยจัดโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพที่หลากหลายบรรจุไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยวนั้นด้วย และเลือกพักแรมในสถานที่พักตากอากาศประเภทโรงแรมหรือรีสอร์ทที่มีศูนย์สุขภาพหรือศูนย์กีฬาให้บริการส่งเสริมสุขภาพที่มีมาตรฐานคุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในสถานที่พักแรมนั้นๆ จัดไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ดังนั้น ในการให้บริการดังกล่าวแก่นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการจึงต้องดำเนินการพัฒนาบริการ จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและได้มาตรฐานคุณภาพที่เหมาะสม การท่องเที่ยวเชิงส่งเสริม สุขภาพจึงถือเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ได้รับการนิยมแพร่หลายเป็นอย่างมาก และมีประโยชน์ในการสร้างจิตสำนึกต่อการส่งเสริมสุขภาพแลพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักท่องเที่ยว รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปในตัวอีกด้วย
2.การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพ (Heath Healing Tourism) เป็นการเดินทางไปท่องเที่ยวเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงามในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและวัฒนธรรมเพื่อการเรียนรู้วิถีชีวิตและพักผ่อนหย่อนใจ โดยแบ่งเวลาส่วนหนึ่งจากการท่องเที่ยวไปรับบริการบำบัดรักษาสุขภาพการรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานอย่างแท้จริงเช่นการตรวจร่างกาย การรักษาโรคต่างๆ การทำฟันและการรักษาสุขภาพฟัน การผ่าตัดเสริมความงาม การผ่าตัดแปลงเพศ และอื่นๆ เป็นต้น โดยทั่วไปจึงมักมี การจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวที่บรรจุโปรแกรมการเข้ารับบริการบำบัดรักษาโรค การรักษาพยาบาล และการฟื้นฟูสุขภาพต่างๆที่หลากหลาย เช่น การตรวจร่างกาย การรักษาโรคต่างๆ  การท่องเที่ยวเชิงบำบัดรักษาสุขภาพจึงเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มุ่งประโยชน์ต่อการรักษาฟื้นฟูสุขภาพนักท่องเที่ยวเป็นสำคัญ




พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  ให้ความหมายของคำว่า วัฒนธรรมไว้ว่า  สิ่งที่ทำให้เจริญงอกงามแก่หมู่คณะ  วิถีชีวิตของหมู่คณะ  ในพระราชบัญญัติวัฒนธรรม พ.ศ.๒๔๘๕ หมายถึง ลักษณะที่แสดงถึงความเจริญงอกงาม  ความเป็นระเบียบเรียบร้อย  ความกลมเกลียวก้าวหน้าของชาติ  และศีลธรรมของประชาชน  ,ทางวิทยากรหมายถึง  พฤติกรรมและและสิ่งที่คนในหมู่ผลิตขึ้นด้วยการเรียนรู้จากกันและกันและร่วมใช้อยู่ในพวกของตน  


ซึ่งเมื่อดูความหมายของคำว่าวัฒนธรรมตามพจนานุกรมแล้ว  การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จึงน่าจะหมายถึง  การท่องเที่ยวที่มุ่งศึกษา  เรียนรู้  เพื่อให้เข้าใจถึง ความเจริญงอกงามในด้านต่าง ๆ ของคน  สังคม  วิถีชีวิต ของท้องถิ่นต่าง ๆ  โดยสามารถศึกษาได้จากประวัติศาสตร์  ตำนาน  ปราชญ์ท้องถิ่น  ภูมิสถาปัตย์  วิถีชีวิต  การงานอาชีพ  ศิลป  ประเพณี  นาฏศิลป์  ทั้งในอดีตและปัจจุบัน  ทั้งนี้มิได้มุ่งในการที่จะต้องสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมาหรือว่าต้องดำรงสภาพเดิมแต่ครั้งอดีตมา  หากแต่ศึกษาความเป็นมา (อดีต) เพื่อสร้างความเข้าใจ  เพื่อที่จะรับรู้ความเป็นจริงในปัจจุบันได้โดยความเข้าใจ   ซึ่งการจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนั้น  สามารถทำได้หลายรูปแบบและหลายแนวคิด
การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Tourism)






 บุญเลิศ   จิตตั้งวัฒนา   (2542)   ได้ให้ความหมายการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน (Sustainable Tourism) ว่าหมายถึงการท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็กที่มีการจัดการอย่างดีเยี่ยม เพราะสามารถดำรงไว้ซึ่งทรัพยากรท่องเที่ยวให้มีความดึงดูดใจอย่างไม่เสื่อมคลาย และธุรกิจท่องเที่ยวมีการปรับปรุง คุณภาพให้ได้ผลกำไรอย่างเป็นธรรม โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนสม่ำเสมออย่างเพียงพอ แต่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดอย่างยืนยาว
          1.  ลักษณะการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน
               การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มีลักษณะสำคัญอยู่ 6 ประการดังนี้ คือ
               1.1  เป็นการท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวทุกประเภท ทุกแห่ง
               1.2  เป็นการท่องเที่ยวที่เน้นคุณค่าและความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว
               1.3  เป็นการท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อทรัพยากรการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม
               1.4  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวข้องกับธรรมชาติและวัฒนธรรม
               1.5  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผลตอบแทนแก่ผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวอย่างยืนยาว
               1.6  เป็นการท่องเที่ยวที่ให้ผลประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่น และคืนผลประโยชน์กลับสู่ทรัพยากรท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่น
          2.  หลักการการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน 
               การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน มีหลักการดังนี้ (อุษาวดี พูลพิพัฒน์, 2545)
               2.1  การอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรอย่างพอดี (Using Resource Sustainable )ทั้งในส่วนที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญและเน้นการทำธุรกิจในระยะยาว
               2.2  การลดการบริโภคที่เกินความจำเป็นและการลดของเสีย (Reducing Over-consumption and Waste) จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำนุบำรุงสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายในระยะยาว และเป็นการเพิ่มคุณภาพของการท่องเที่ยวด้วย
               2.3  การรักษาและส่งเสริมความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติ (Maintaining Diversity )สังคม และวัฒนธรรม จะช่วยขยายฐานของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต
               2.4  การประสานการพัฒนาการท่องเที่ยว (Integrating Tourism into Planning) เข้ากับกรอบแผนกลยุทธ์การพัฒนาแห่งชาติ การพัฒนาท้องถิ่น และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะช่วยขยายศักยภาพการท่องเที่ยว
               2.5  การท่องเที่ยวที่รองรับกิจกรรมในท้องถิ่น(Supporting Local Economic)โดยคำนึงถึงราคาและพัฒนาคุณค่าของสิ่งแวดล้อมไว้ ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดการประหยัด แต่ยังป้องกันสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลายอีกด้วย
               2.6 เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น( Involving Local Communities) ในด้านการจัดการผลตอบแทนของประชาชน และสิ่งแวดล้อมเพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและการจัดการการท่องเที่ยว
               2.7  การประสานความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ ประชาชนท้องถิ่น องค์กรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง (Consulting Stakeholders and the Public) เพื่อลดข้อขัดแย้งและร่วมแก้ปัญหา
               2.8  เป็นการฝึกอบรมบุคลากร (Training Staff )โดยสอดแทรกแนวคิดและวิธีปฏิบัติในการพัฒนาแบบยั่งยืนแก่บุคลากรท้องถิ่นทุกๆระดับ เพื่อยกระดับการบริการการท่องเที่ยว
               2.9  ข้อมูลข่าวสารที่สื่อให้กับนักท่องเที่ยว โดยมุ่งสร้างความเข้าใจในการเคารพต่อธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรมที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว (Marketing Tourism Responsibly) อีกทั้งเป็นการช่วยยกระดับความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง
               2.10 การวิจัยและติดตามผล (Undertaking Research)  เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการดำเนินงาน  รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่างๆ  เพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

"7 กรีนส์" วิธีท่องเที่ยว แบบคนรักษ์โลก

7 กรีนส์ วิธีท่องเที่ยว แบบคนรักษ์โลก

วิกฤตภาวะโลกร้อนขณะนี้ เริ่มเห็นกระทบชัดเจนมากขึ้น สาเหตุหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมของ นักท่องเที่ยว
และผู้ประกอบการ ที่ขาดความรับผิดชอบต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัด "โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน"
รณรงค์ให้ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยว ร่วมมือกันลดปัญหาภาวะโลกร้อน โดยยึดหลัก "7 กรีนส์" ดังนี้

 "กรีน ฮาร์ท" (หัวใจสีเขียว)
นักท่องเที่ยว จะต้องมีหัวใจสีเขียวตระหนัก ถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมใจกันป้องกัน และแก้ไขปัญหา

 "กรีน โลจิสติคส์" (รูปแบบการเดินทางสีเขียว) 
นักท่องเที่ยว จะต้องวางแผนการเดินทางที่ช่วยประหยัดพลังงาน

 "กรีน แอทเทรคชั่น" (แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว) 
แหล่งท่องเที่ยว จะต้องดำเนินงานในการรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง
เช่น ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ไม่รุกล้ำชายหาด เป็นต้น

 "กรีน คอมมูนิตี้" (ชุมชนสีเขียว)
ผู้ที่อาศัยในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท ต้องมีการบริหารการจัดการที่ดี ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
คงไว้ ซึ่งวัฒนธรรม และวิถีชีวิต อันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน

 "กรีน แอคทิวิตี้" (กิจกรรมสีเขียว) 
กิจกรรมท่องเที่ยวที่มีความสอดคล้องกลมกลืน กับคุณค่าของทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว
โดยส่งผลกระทบต่อทรัพยากร และสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

 "กรีน เซอร์วิส" (การบริการสีเขียว)
รูปแบบการให้บริการของธุรกิจท่องเที่ยวแขนงต่างๆ ที่สร้างความประทับใจ แก่นักท่องเที่ยว
ด้วยมาตรฐานคุณภาพที่ดี ควบคู่ไปกับการมีปณิธาน และการดำเนินการรักษาสิ่งแวดล้อม
พร้อมช่วยลด การปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการให้บริการต่างๆ

 "กรีน พลัส" (ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม) 
การแสดงออกของบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรในการสนับสนุนแรงกาย หรือสติปัญญา หรือบริจาคทุนทรัพย์
เพื่อร่วมมือดำเนินการในการปกป้องรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของแหล่งท่องเที่ยว

ช่วยกันคนละไม้ละมือ เพื่อโลกของเรา
ดูลายละเอียดที่ http://www.tourismthailand.org/7greens หรือ 1672